DUCATI PANIGALE 1199 ม้าพยศเหล็กสองล้อ


                                                     DUCATI - PANIGALE 1199
                                                          "ม้าพยศเหล็กสองล้อ"




















การนำเสนอ 1199 Panigale ใน Scoop คราวนี้ต้องบอกว่ารายละเอียดเยอะมากครับ ทีมงาน Ducati Thailand จึงขอนำเสนอเทคโนโลยีำสำคัญๆของ 1199 Panigale แบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ เพื่อให้ทำความเข้าใจได้ง่ายและครบถ้วนทุกรายละเอียดครับ ส่วนข้อมูลทางเทคนิคในหน้า Specification สเป็คนั้นจะเป็นการนำเสนอข้อมูลทางเทคนิคที่สำคัญ (เฉพาะรุ่น S เท่านั้น) และข้อแตกต่างประจำรุ่นต่างๆ อยู่ในบรรยายภาพในเพจแล้วครับ

 เริ่มต้นจาก "ผ้าใบที่ว่างเปล่ารอรับงานศิลป์จากมือศิลปิน"
เป้าหมายหลักเบื้องต้นทีมพัฒนาต้องการรถที่มีแรงม้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25 ตัวและน้ำหนักที่เบาลงอีก 10 กก. และโดยพื้นฐานแล้วไม่สามารถที่จะใช้วิธีพัฒนาจากรุ่นเดิมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ ดังนั้นทางเดียวคือทิ้งข้อจำกัดเดิม แล้วเริ่มคิดใหม่จาก "ศูนย์" เสมือนผ้าใบสีขาวบริสุทธที่วางรอศิลปินมาแต่งเติมสิ่งต่างๆลงไป


 ชื่อเรียกขาน Panigale กับ Superbike 1199 
ตามธรรมเนียมปฏิบัติเราจะใช้ชื่อรุ่นเป็นตัวเลขตามความจุกระบอกสูบ เพื่อให้มันเป็นเหมือนรหัสประวัติศาสตร์ของรถในโมเดลนั้น แต่เพื่อให้ 1199 มีความหมายถึงการปฏิวัตินวัตกรรมอีกครั้งหนึ่งของ Ducati ชื่อ "Panigale" (พานิกาเล่) จึงถูกนำมาเป็นนามเรียกขานสำหรับ 1199 เพื่อให้ความสำคัญกับประวัติอันยาวนานของโรงงาน Ducati ที่ Borgo Panigale ในเมือง Bologna ซึ่งเปรียบเสมือน "Motor Valley" ย่านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีชื่อมายาวนานในอิตาลี่ เช่นเดียวกับวงการไอที ที่มี Silicon Vallery เช่นกัน










 Unmistakably Ducati
ทุกรายละเอียดใน 1199 Panigale เป็นการสานต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานคู่กับกลิ่นไอของอารมณ์จากการแข่งขัน ยังคงสืบทอดความเป็น Ducati ทั้งเทคโนโลยี่ล่าสุด ความเป็นเลิศทางวิศวกรรมที่ถูกปรุงแต่งลงไปแต่ยังคงความเรียบง่ายในองค์ประกอบ ความลงตัวในแบบอิตาเลี่ยนดีไซน์ ความความประทับใจสไตล์รถแข่ง และที่สำคัญจะต้องเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของสินค้าที่ประทับตรา Mand in Italy ได้อย่างเต็มภาคภูมิ


 The most extreme benchmark
สำหรับ Ducati แล้ว 1199 Panigale ต้องเป็นซูเปอร์ไบค์สายพันธุ์ใหม่ที่ฝ่าข้อจำกัดในการออกแบบและวิศวกรรมของรถจักรยานยนต์ และเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถ"สปอร์ตไบค์" ของ Ducati ต่อไปทั้งในวันนี้และอนาคต มันจะต้องเป็นรถมีสมรรถนะสูงเช่นเดียวกับรถแข่งใน World Superbike แต่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสัมผัสได้อย่างที่เขาต้องการ


 หัวใจของรถเริ่มต้นเครื่องยนต์ Superquadro
ใน 1199 Panigale เครื่องยนต์เป็นหัวใจสำคัญที่ถูกนำขึ้นมาประมวลความคิดเป็นอันดับแรก ชื่อ Superquadro ของเครื่องยนต์ลูกใหม่นี้ เกิดขึ้นด้วยการรื้อกฏการออกแบบอัตราส่วนระหว่างความกว้างลูกสูบและช่วงชักใหม่ ขนาดลูกสูบกว้าง 112 มม. และช่วงชัก 60.8 มม. ซึ่งโดยปกติแล้วขนาดกระบอกสูบที่กว้างมากจะให้แรงบิดต่ำและให้แรงม้าในรอบสูง แต่การออกแบบองค์ประกอบฝาสูบทำให้สามารถปั่นแรงม้าได้ถึง 195 แรงม้าด้วยรอบเครื่องยนต์เพียง 10,750 รอบ/นาที ขณะที่สัดส่วนแรงบิดทำได้ที่ 13.5 กก./ม. ด้วยรอบเพียง 9,000 รอบ ทำให้ เครื่องยนต์ Superquadro ได้แรงม้าและแรงบิดสูงที่สุดในรถสปอร์ตคลาสเดียวกัน นอจากความแรงและพลังแรงบิดมหาศาลแล้ว ความทนทานของเครื่องยังคงถูกเพิ่มเติมเข้าไปด้วยระยะการเข้ารับการบริการยืดออกไปถึง 24,000 กม.

เครื่องยนต์ Superquadro ที่มีพละกำลังสูงจึงเป็นครั้งแรกที่ต้องมีการเปลี่ยนวัสดุสายพานราวลิ้นมาเป็นโซ่ขับราวลิ้นแทนเพื่อรับรอบการทำงาน แรงบิด และรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น

ระบบวาล์ว Desmodromic อันเลื่องชื่อของ Ducati ได้รับการปรับปรุงใหม่จนทำให้เครื่อง Superquadro เอาชนะข้อจำกัดสัดส่วนเชิงกลที่ใช้กันมาอย่างยาวนานได้สำเร็จ
เครื่องยนต์ Superquadro ยังคงเอกลักษณ์แบบ 2 สูบ L-Twin ใช้เพลาข้อเหวียงแบบร่วม ทำให้เรือนเครื่องยนต์แคบ ขณะที่ลูกสูบออกแบบใหม่หมดลูกสูบกว้างอัตราช่วงชัก (โอเวอร์สแควร์) แต่ด้วยการลดน้ำหนักและออกแบบฝาสูบใหม่ๆพร้อมหัวฉีด 2 หัวต่อสูบทำให้เครื่องยนต์ทำลายกำแพงกฏกำลังสแควร์โฟร์ว สามารถสร้างแรงบิดได้ถึง 13.5 กก./ม. และปั่นแรงม้่าได้ถึง 195 แรงม้า














































 ระบบวาล์ว Desmo พร้อมโซ่ขับราวลิ้นใหม่ เครื่องยนต์ Superquadro คือเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดของดูคาติ เป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สามารถข้ามพ้นขีดจำกัดทางวิศกรรมหลาย ๆอย่าง กล่าวคือ เป็นเครื่องยนต์ที่แรงม้าและแรงบิดสูง (195hp และ to 98.1 lb-ft (13.5kgm) แต่ขับขี่ง่าย มีน้ำหนักเบา ระยะการบำรุงรักษา Desmo Service ยืดอายุไปถึง 24,000กิโลเมตร สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ดูคาติยังคงเหลือก็คือ รูปแบบเครื่องยนต์ 90° L-twin และระบบวาล์ว Desmodromic ที่ถูกออกแบบโดย Fabio Taglioni วิศวกรในตำนานของดูคาติ


 ลิ้นปีกผีเสื้อสังการตรงจาก ECU ผ่านระบบ Ride by Wire 1199 Panigale ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบคันเร่งอิเลคทรอนิค โดยสายคันเร่งแบบดั้งเดิมจะควบคุมระดับการเปิดปิดลิ้นปีกผีเสื้อโดยตรงและกล่อง ECU จะอ่านระดับของลิ้นปีกผีเสื้อแล้วนำค่าที่ได้ไปประมวลผลหัวฉีดน้ำมันเชื้่อเพลิงกับการกำหนดองศาจุดระเบิด แต่ระบบ Ride by Wire สายคันเร่งจะถูกลิ้งค์ไปที่ชุด ECU แทนแล้วประมวลผลข้อมูลการทำงานจากเซ็นเซอร์ต่างๆมากำหนดระดับการเปิด-ปิดโดยเซอร์โวมอเตอร์แทน ซึ่งทำให้ระบบมีความแม่นยำกว่าการอ่านค่าจากลิ้นปีกผีเสื่อเดิม ขณะที่ชุดกลไกลิ้นปีกผีเสื้อถูกออกแบบให้เป็นหน้าตัดแบบวงรีตามแนวของวาล์วไอดีทั้ง 2 ตัวเพื่อลดการกระพือตัวและการสั่นขณะทำงานในรอบสูง
ลิ้นปีกผีเสื้อที่ควบคุมด้วยระบบอิเลคทรอนิกทำงานเปิดปิดแต่ละระดับตามคำสั่งของชุด ECU ผ่านระบบ Ride by Wire ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกให้เหมาะสมได้ผ่านโหมดการขับขี่ 3 โหมดที่ถูกตั้งโปรแกรมล่วงหน้ามาแล้วจากโรงงาน



















 ไม่มีสะดุดด้วยชุดหัวฉีด 2 ตัวต่อสูบ การใช้ระบบ RbW ทำให้ตัดข้อจำกัดเรื่องรอยต่อในช่วงเปลี่ยนย่านกำลัง ซึ่งผู้ออกแบบเครื่องยนต์จะต้องเลือกจะให้ช่วงรอยต่อย่านกำลังไปอยู่ในจุดที่ถูกใช้งานน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอุปสรรค์สำคัญที่สุดของรถที่มีรอบและแรงม้าสูง เครื่องยนต์ Superquadro จึงถูกออกแบบให้หัวฉีดอิเลคทรอนิค 2 หัวต่อ 1 สูบประมวลผลเป็นอิสระเพื่อให้ได้ไอดีที่เหมาะสมกับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ทุกช่วงความเร็ว ตัดปัญหาเรื่องรอยต่อของย่านกำลังที่เกิดขึ้นในรถแรงม้าสูงๆ ทั่วไป
 ระบบเกียร์พร้อม Slipper คลัตช์แบบใหม่ ระบบเกียร์ของ 1199 Panigale เป็นแบบ 6 สปีดมีการปรับปรุงสัดส่วนหน้าตัดใหญ่ขึ้นเพื่อให้แข็งแรงรองรับแรงม้าขนาด 195 แรงม้าได้อย่างเต็มที่ ส่วนระบบตัดต่อกำลังนับเป็นครั้งแรกที่คลาส Superbike ของ Ducati ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นครัชต์แบบเปียกที่ดีไซน์ใกล้เคียงกับ Ducait Multistrada และ Diavel โดยตัวระบบคลัชต์นั้นมีสถานะเป็น Slipper คลัชต์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โดยตัวกลไกลในระบบคลัชต์จะใช้แรงขับจากเครื่องยนต์เป็นตัวกดแผ่นคลัชต์ด้วยอัตราก้าวหน้ายิ่งเครื่องมีแรงขับมากแผ่นคลัชต์ก็จะยิ่งจับแน่บสนิทมากขึ้นเท่ากัน และเมื่อแรงขับลดลง(ปิดคันเร่ง)ระบบจะลดแรงดันกับตัวแผ่นคลัชต์ ทำให้เกิดลักษณะ Slipper แบบเดียวกับรถแข่งสนามทั้งฟิลที่ตอบสนองที่ดีเมื่อต้องขับขี่ในลักษณะดุดันเชนเกียร์ลงอย่างรวดเร็ว ระบบคลัชต์ก็จะให้ความรู้สึกที่สะท้อนกลับมาจากล้อหลังเช่นเดิม แต่ได้ราบลื่นและมั่นคงเพิ่มขึ้น
 เฟรม Monocoque ดีไซน์ใหม่หมดจดใช้เครื่องยนต์เป็นแกน
เรือนเครื่องยนต์นอกจากจะสร้างพลังให้กับ 1199 Panigale แล้วยังใช้เป็นโครงสร้างหลักยึุดอุปกรณ์หลักของรถไว้ด้วยกันโดยมีเครื่องยนต์เป็นศูนย์กลางไล่ตั้งแต่ส่วนหน้า ใช้เฟรมหลักแบบอลูมิเนี่ยม - ยึุดกับชุดฝาสูบหลังของครื่องยนต์ Superquadro - กล่องกรองอากาศ และเครื่องยนต์ยังเป็นจุดยึดแกนช๊อกอัพหลัง ทำให้เป้าหมายการลดน้ำหนักส่วนเกินออกไปได้จากตัวรถได้ถึง 5 กก. โดยเครื่องยนต์ยังเป็นศูนย์กลางในการยึดกับแกนสวิงอาร์มแบบซิงเกิลไซด์สวิงอาร์มอีกด้วย ดังนั้นทั้งเครื่องยนต์ และส่วนประกอบหลักทั้งหมดจึงถูกออกแบบเเพื่อทำงานด้วยกันเฉพาะรุ่นเท่านั้น

พื้นฐานการออกแบบเครื่องยนต์โดยใช้ตัวเรือนเครื่องยนต์เป็นจุดยึดของโครงรถ ซึ่งถูกคิดคำนวณอย่างดีทั้งในเรื่องของการจัดวางอุปกรณ์ การกระจายน้ำหนัก และความแข็งแรงของระบบ , การจัดวางเสื้อสูบนั้นยังคงอยู่ที่90° แต่ได้เปลี่ยนตำแหน่งเรือนเครื่องยนต์ให้เชิดขึ้น 6° เพือ่ให้องศาของสูบหน้านั้นอยู่ที่ 21° จากแนวระนาบ จากจุดนีทำให้ทางผู้ออกแบบสามารถกำหนดเรื่องการกระจายน้ำหนักของตัวรถได้ดีขึ้นโดยการย้ายเครื่องยนต์ไปข้างหน้าอีก 32มม. เรือนเครื่องยนต์ผลิตโดยวิธีการหล่อแบบ Vacural® technology เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เบาที่สุด จึงได้ออกแบบให้ตัวเสื้อสูบเป็นชิ้นเดียวกันกับเรือนเครื่องยนต์เช่นเดียวกันกับ Desmosedici RR นอกจากนี้ยังยกเลิกการใช้ลูกปืนข้อเหวี่ยงแบบ Ball Bearing เพื่อเพิ่มขนาดของเพลาข้อเหวี่ยงให้ใหญ่ขึ้นโดยใช้ shell bearings แทน ระบบหล่อลื่นได้ใช้ปั๊มสูญญากาศแบบเดียวกับที่ใช้ในเครื่องยนต์แข่งขันรายการ MOTO GP ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยแกนปั๊มน้ำมันเครื่องที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ และลดแรงด้านของลูกสูบในจังหวะที่เคลื่อนที่ลง และช่วยให้จังหวะการไหลของไอดีไอเสีียเป็นไปได้อย่างสะดวกด้วย
 การกระจายน้ำหนักบนสมดุลของผู้ขับขี่
นอกจากน้ำหนักเบาแล้วสัดส่วนการกระจายน้ำหนักที่ล้อหน้า และล้อหลังยังมีความสำคัญต่อการควบคุมรถและกำหนดฟิลการขับขี่ของรถ ใน 1199 Panigale เมื่อไร้ผู้ขับขี่น้ำหนักที่ตกล้อหน้าจะเป็น 52% และ 48% ที่ล้อหลัง ขณะที่ 1198 จะอยู่ที่ 50/50% ซึ่งเมื่อรวมน้ำหนักของผู้ขับขี่แล้วสัดส่วนจะกลับมาสมดุลตามอุดมคติเดิมคือ 50/50% ช่วยให้มั่นใจได้ว่าตัวรถจะได้สมดุลที่สุดตลอดเวลาในการขับขี่
 ท่อไอเสียปรับแนวทางมุดลงใต้แคร็งค์
ในรุ่นเดิมนั้นจัดวางท่อไปเสียไว้ใต้เบาะผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย แต่ใน 1199 Panigale ได้ปรับส่วนท่อทางเดินไอเสียให้อยู่ชิดตัวเรือนเครื่องยนต์มากที่สุดและย้ายส่วนที่หนักที่สุดของท่อไอเสียไปไว้ด้านล่างใต้แคร็งค์เครื่องยนต์
 ปรับปรุงตำแหน่งการขับขี่ใหม่
ตำแหน่งการขับขี่ใหม่ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมเริ่มจากเบาะนั่งสูง 825 มม. ระยะแฮนด์เดิ้ลบาร์กับเบาะนั่งหดสั้นลงกว่าเดิม 30 มม. และยกสูงขึ้นจากเดิม 10 มม. ส่วนความกว้างของแฮนด์ 32 มม. (ระยะรวม) เมื่อเทียบกับ 1198 บริเวณช่วงถังน้ำมันช่วงขาของผู้ขับขี่ปรับมุมโค้งและเส้นสายให้รับกับตำแหน่งการขับขี่ทั้งทางตรงและการพลิกพลิ้วในโค้ง






 เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกแพ็คเก็ต
หัวใจสำคัญในการประสานการทำงานแต่ละส่วน หรือระหว่างตัวรถกับผู้ขับขี่ คือระบบอิเลคทรอนิกซึ่งเปรียบได้กับระบบประสาทสังการอวัยวะให้ทำงาน 1199 Panigale มีระบบอิเลคทรอนิกที่เป็นเทคโนโลยี่จากสนามแข่งล่าสุดเพิ่มเติมเข้าไปดังนี้








สาวน้อยผู้แกล่งกล้า กับ ER คู่ใจ ♥

   สวัสดีครับเพื่อนๆพี่น้องชาว Big Bike THAI CLUB ครับผม  วันนี้ผมมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่ง  ที่ทุกคนต้องแทบจะไม่เชื่อว่าเขาทำได้ไงครับ  ว่าแล้วก็ไปกันเลยดีกว่าครับ

   เธอชื่อ คุณ ลูกปัด  ครับ  (ไม่ทราบชื่อจริงครับ)
เกิดวันที่ 14 กรกฎาคม (ไม่รู้ปีครับ)  
อยู่ที่กรุงเทพครับ
นี้ Facebook เธอนะครับ >> คลิ๊กที่นี้ครับ <<<
รถที่เธอขี่ น่าจะเป็น Kawasaki ER650 (ไม่แน่ใจนะครับ)

รูปคุณ ลูกปัดกับ ER คู่ใจครับ
 
 
























อันนี้เธอขี่ Ninja ครับเทห์ไปอีกแบบ :)















                                   


นี่ก็มุมสบายๆ น่ารักไปอีกแบบนะครับ :)




















-------------------------------ขอบคุณที่เยี่ยมชมนะครับ  แล้วเจอกันใหม่ครับ :) --------------------------

websites hitscounter


มาครั้งแรกก็แวะกันหน่อยค้าบ ชาวบิ๊กไบค์:D


                                              (ขอบคุณรูปจากเพจ Bigbike Thailand ครับ)

เนื่องจากบล๊อคนี้เพิ่งจะเริ่มเปิดใหม่นานนะครับ ก็อยากจะให้พวกๆพี่น้องเข้ามาเป็นกำลังใจกันหน่อยครับ  ตัวผมในถานะคนดูแลก็จะทำให้ดีที่สุดครับ :-)

   ถ้าพูดถึงบล๊อคนี้นะครับ  ก็คงนึกได้อย่างเดียวคือ Big Bike เลยครับ ฮาๆๆ เราจะนำทุกเรื่องที่สามารถจะสัญหามาได้มาให้ชาวคณะได้รับรู้รับทราบกันได้ครับ  ส่วนใครมีเรื่องราวดีๆก็ติดเอามาแบ่งปันกันหรือต่อมาได้ที่ เพจนี้นะครับผมดูแลอยู่ครับ  ถึงไม่ใช่ดูคาติก็คุยได้ครับ ฮาๆๆ บิ๊กไบค์ไม่เคยมีกำแพงกั้นกันครับ :D
   ถ้าพูดถึงบิ๊กไบค์ยี่ห้อดังๆก็คงจะมี Honda , Yamaha , Kawasaki , Suzuki , Ducati , BMW . Apillria และอื่นอีกนะครับ (เท่าที่ผมรู้จักก็พอมีเท่านี้นะครับ) ถ้าพูดถึงรถบิ๊กไบค์นี้ก็คงจะเป็น ซักประมาณ 150 cc. ขึ้นไปมั้งครับ  ส่นขนาด cc. ที่นิยมที่สุดก็คงจะเป็น ประมาณ 500cc. - 1,200 cc. นะครับ ก็จะมีตั้งแต่ Nacked - Street - Big Bike - Supper Bike นะครับ (ถ้าผิดพลาดขออภัยด้วยครับ)

  เดี๋ยวถ้าผมมีเรื่องอะไรใหม่ๆจะรีบนำมาอัพเลยนะครับ :D